FB

fbq('track', 'ViewContent');

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

งานวิจัยเกี่ยวกับ Salicylic acid; SA

 งานวิจัย (Salicylic acid; SA) กับข้าวโพดข้าวเหนียวในสภาวะขาดน้ำ

กรดซาลิไซลิก (Salicylic acid; SA) เป็นฮอร์โมนพืชที่สำคัญในการตอบสนองทางสรีรวิทยา (สัมฤทธิ์ , 2544) สังเคราะห์มาจากกรดอะมิโนฟีนิลอะลานีน โดยฟินิลอะลานินจะเปลี่ยนเป็น trancinamic acid จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็น benzoic acid และเป็นกรดซาลิไซลิกในที่สุด (Davies, 1995) กรด ซาลิไซลิกเป็นสารประกอบที่มีอยู่ในธรรมชาติ มีฤทธิ์ในการควบคุมการเจริญเติบโตของพืช ดังนั้นนักวิจัยหลายคนจึงได้จัดไว้ในกลุ่มสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช (Raskin, 1992) และทำหน้าที่เป็นสัญญาณไปกระตุ้นการทำงานของยีนที่ควบคุมการสร้างโปรตีนต่าง ๆ ที่ช่วยในการต้านทานต่อเชื้อโรค (จริงแท้, 2549) กระตุ้นการเชื่อมต่อของโปรตีนที่เป็นโครงสร้างของผนังเซลล์ซึ่งจะทำให้ผนังเซลล์มีความแข็งแรงมากขึ้น (Bradley et al., 1992) ควบคุมการปิด-เปิดของปากใบ การงอกของเมล็ด การดูดซับประจุ การแสดงออกของเพศและการต้านทานการเข้าทำลายของโรค และยังยับยั้งการสังเคราะห์และการทำงานของเอทิลีน ทำให้ถูกนำมาใช้เพื่อชะลอการสุกของผลไม้ (ศิริชัย, 2548) จากการศึกษาผลของกรดซาลิไซลิก ต่อการส่งเสริมการ ต้านทานต่อเชื้อโรคของพืชบางชนิด ได้แก่ Tobacco mosaic virus หรือ TMV (Malamy et al., 1990) Tobacco necrosis และเชื้อรา Colletotrichum lagenarium พบว่าใบของพืชที่ได้รับเชื้อไวรัสหรือเชื้อรา จะทำให้เนื้อเยื่อใบส่วนนั้นแบ่งตัวเพิ่มมากขึ้น กรดซาลิไซลิกมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการผลิตโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับเชื้อโรค หรือ Pathogenesis related (PR) proteins หนึ่งหรือสองชนิดทำให้เพิ่มความต้านทานโรคในใบที่ได้รับเชื้อโรคและใบข้างเคียง นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการยับยั้งวิถีการสังเคราะห์เอธิลีนและการงอกของเมล็ด ขัดขวางการตอบสนองต่อกลไกการเกิดบาดแผลในพืช ยับยั้งการรั่วไหลของอิออนผ่านเยื่อหุ้มเซลล์และเพิ่มการดูดนํ้าและแร่ธาตุในรากได้อย่างรวดเร็ว ลดการคายนํ้าในใบโดยชักนำการปิดปากใบ กระตุ้นการร่วงของใบและยับยั้งการเจริญเติบโต (Malamy and Klessig, 1992; Raskin, 1992)
จากคุณสมบัติของกรดซาลิไซลิกที่กล่าวมาข้างต้น การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของกรดซาลิไซลิกต่อการเจริญเติบโตและเมแทบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรตของข้าวโพดข้าวเหนียวพันธุ์ปุ้มปุ้ยที่อยู่ในสภาวะขาดนํ้า ซึ่งข้อมูลที่ได้จะช่วยให้เข้าใจบทบาทและความสำคัญของกรดซาลิไซลิกมากขึ้น และยังอาจนำไปพัฒนาการเพาะปลูกและผลผลิตของข้าวโพดให้มีความสามารถในการทนแล้งมากขึ้นต่อไป

 




















(Salicylic acid; SA)กับฟักเขียว
 การทดลองนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของการใช้สารซาลิคและ polymer เคลือบเมล็ดต่อการดูดน้ำ และคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ฟักเขียว อัตราการงอกของเมล็ดฟักเขียว

























Salicylic acid beyond defence its role in plant growth and Development


















 SALICYLIC ACID IN AGRICULTURE    (หน้าที่สำคัญ)







Salicylic acid(บทบาทสำคัญต่อพืช)

กรดซาลิไซลิก (salicylic acid) จัดเป็นสารประกอบหลักในกลุ่ม phenylpropanoid และมีความสำคัญในการควบคุมการเจริญเติบโตของพืช และยังมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและเมทาบอลิซึมในพืชทัง้ ก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว ปัจจุบันมีการศึกษาถึงบทบาทของ salicylic acid ที่มีต่อผลิตผลพืชสวนหลายชนิด ซึ่ง salicylic acid เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับการใช้สารเคมีในเทคโนโลยีการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อควบคุมคุณภาพผลิตผล พืชสวน โดยในบทความนีไ้ ด้ทบทวนบทบาทของ salicylic acid ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงหลังการเก็บเกี่ยวผลิตผล พืชสวน ได้แก่ ความแน่นเนือ้ ของผล การเปลี่ยนแปลงสี ปริมาณของแข็งที่ละลายในนำ้ ความต้านทานโรค ปริมาณสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ อาการผิดปกติทางสรีรวิทยา การชราภาพและอายุผลิตผลระหว่างการเก็บรักษา
คำสำคัญ : ซาลิไซลิก คุณภาพ ผลิตผลพืชสวน






 SA-on germination, leaf area, Shoot and root growth










วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2558

วัคซีนพืช Systemic Acquired Resisitance (SAR) การกระตุ้นภูมิต้านทานโรค โดยวิธีเลียนแบบธรรมชาติ

 มารู้จัก.."วัคซีนพืช" กันเถอะ
หยุดไวรัสพืช ด้วย ORG- Model

พืช ต่างๆ อาทิ มะละกอ ยาสูบ พริก มะเขือเทศ พืชตระกูลแตง ฯลฯ ที่ถูกไวรัสเข้าทำลายและระบาดหนักส่งผลให้ปริมาณผลผลิตเกิดความเสียหาย เกษตรกรเกิดภาวะขาดทุน และเกษตรกรก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้มีแต่ต้องเสียหายและทำลายทิ้ง การแก้ปัญหาไวรัสพืชที่เกิดขึ้น ถ้าเราเข้าใจกระบวนการและกลไกในการดูแลและป้องกันปัญหามันยังมีทางออก เพื่อหยุดความสูญเสียรายได้จากความเสียหายตรงนี้ เราลองมาศึกษาวิธีที่เป็นไปได้ภายใต้"องค์ความรู้"ใหม่ๆกันดีไหม

มาทำความรู้จักกับ โรคไวรัสพืช กันเถอะ
หลักการหยุดไวรัสพืช ตามหลักการและแนวทางของ..ออร์กาเนลไลฟ์
กระบวนการ Systemic Acquired Resisitance (SAR) : นวัตกรรมใหม่ในการหยุดยั้ง ไวรัสพืชต่างๆ ทั้ง ใบด่าง ใบหด ใบหงิก ใบงอ ใบจู๋

1. อาศัยกลไกในการทำงานของ Systemic Acquired Resistance (SAR)
SAR เป็นระบบป้องกันตัวเองของพืชตามธรรมชาติ ซึ่ง จะถูกกระตุ้นเมื่อเชื้อโรค ทั้งเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัส ที่เข้าทำลายพืชทำให้เกิดบาดแผลพืชจะเกิดการการตอบสนองอย่างฉับพลัน Hypersensitive Response (HR) และหลั่งสารSalicylic acid ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นสัญญาณ(SAR Signal) โดยผ่าน SA-Signaling Pathwayส่งสัญญาณไปยังเซลล์ต่างๆทั่วทั้งต้นพืช กระตุ้นให้ยีนต้านทานโรค (PR-Genes) สร้างโปรตีนต้านทานโรคตัวหนึ่งขึ้นมา(PR-Proteins) ที่ทำหน้าที่เป็นสารควบคุมและฆ่าเชื้อโรคหลายๆชนิด ทำให้พืชมีภูมิต้านทานโรค และสามารถรักษาโรคและป้องกันการเกิดโรคที่มีสาเหตุมาจากเชื้อรา แบคทีเรียและไวรัสได้ ก่อนที่เชื้อโรคจะลุกลามไปทั่วทั้งลำต้น

2. อาศัยกลไกในการทำงานของ Induced Systemic Resistance (ISR) โดยผ่าน JA-Signaling Pathwayด้วยการส่งสัญญาณเพื่อสร้างสารต่อต้านเชื้อโรค ใน กลุ่มของ Defense Proteins หลายๆชนิดอาทิ Defensins, Basic PR-Proteins ( อยู่ในช่องว่างในเซลล์ Vacuole) , Hevein-like Proteins, Thionins etc.

3. อาศัยกลไกในการทำงานของ Induced Systemic Resistance (ISR) โดยผ่าน JA-Signaling Pathwayด้วยการส่งสัญญาณเพื่อสร้างสารต่อต้านแมลง ซึ่งสารต่อต้านแมลงอาจแบ่งได้เป็นหลักๆ 3 กลุ่ม อาทิ
กลุ่มที่ 1 กลุ่ม Alkaloids อาทิ Saponin, Nicotine ฯลฯ ที่มีผลต่อระบบประสาทของแมลง และเอ็นไซม์ต่างๆ
กลุ่มที่ 2 กลุ่ม Proteinase Inhibitors มีผลต่อเอนไซม์ในระบบการย่อยของแมลง ทำให้เกิดอาการขาดอาหารที่มีผลต่อการเจริญเติบโตในแมลง
กลุ่ม ที่ 3 กลุ่ม Volatile Signal อาทิ Terpines , Indoles, Phenolics ฯลฯ เป็นสารระเหยที่ส่งสัญญาณในการขับไล่แมลงโดยตรง หรือทางอ้อมโดยสารระเหยที่ส่งสัญญาณล่อแมลง Predators (แมลงล่าเหยื่อ) เพื่อมากำจัดแมลงศัตรูพืช

4. การให้ธาตุอาหารพืชบางตัวที่จำเป็น อาทิ แคลเซียม(Ca) เพื่อ ช่วยให้ผนังเซลล์ของพืชแข็งแรง ทำให้ขบวนการสร้างภูมิต้านทานโรคและแมลงดีขึ้น และ สังกะสี(Zn) เพื่อช่วยในขบวนการสังเคราะห์สารต่อต้านโรคและแมลงและช่วยขบวนการส่งสัญญาณ ต่อต้านโรคและแมลงให้ดีขึ้น
เพื่อ เป็นสารตั้งต้น( Precursor ) ในการสร้างโปรตีนบางตัวในการต่อต้านโรคและแมลง และยังช่วยในการให้พลังงานแก่พืชด้วย หรือการให้สาร Malate Compounds ซึ่งเป็นสารตั้งต้น(Precursors) ในการสร้างสารต่อต้านโรคและมลงต่างๆ อาทิ สาร Alkaloids, Volatile Signals เป็นต้น

5. พืชที่ถูกทำลายโดยเชื้อไวรัส ทำให้ท่ออาหารและท่อน้ำเลี้ยงของพืชอาจอุดตัน เสื่อมประสิทธิภาพลง จำเป็นต้องฟื้นฟูด้วยการให้อาหารทางใบ ซึ่ง พืชจะได้รับสารอาหารทางปากใบโดยตรง และเข้าสู่กระบวนการปรุงอาหารเพื่อไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว พืชจึงฟื้นตัวได้รวดเร็ว โดยการใช้สารให้พลังงานและอาหารพืชสำเร็จรูปที่จำเป็น อาทิ Monosaccharide , Amino acid , Organic acid ฯลฯ


แนวทางการแก้ปัญหาไวรัสพืช ในระบบ ORG-Model By... Organellelife











































สอบถามข้อมูล
084 -8809595, 084-3696633
Line ID : @organellelife.com  (มี@ด้วยครับ)


 หรือคลิ๊กลิงค์ไลน์ด้านล่าง เพื่อสอบถามข้อมูลและขอคำแนะนำได้
http://line.me/ti/p/%40organellelife.com